ยิ้มเย้ยยุทธจักร (Yim Yoei Yutthachak)
[Verse 1: F.HERO]
กระบี่ว่าคมแค่ไหนไยตัดความรักไม่ยักกะขาด
สำเร็จคัมภีร์ปราบมารแต่มารในใจไยยิ่งผงาด
บูรพาไม่แพ้ไยแพ้เพลิงพิศวาส
มหาเวทย์ดูดดาวไยมิอาจดูดกลืนความพยาบาท
แสงแดดสาดมามองด้วยตาเปล่าก็หรี่เท่ากัน
มีดสั้น ดาบ ทวน จะใช้ยาพิษ กระบี่ เกาทัณฑ์
มันตายเพราะอาวุธใด พอท่านแก่ไปก็ตายเหมือนมัน
หาได้มีใครจะอยู่ค้ำฟ้า ยาจก เศรษฐี หรือจอมราชันย์
และเพราะฉะนั้นข้าเห็นว่า
ไยต้องแก่งแย่งกันทั้งปี เมื่อชีวิตนั้นสั้นลงทุกนาที
ยุทธภพได้แต่ฆ่า ได้แต่ฟัน ได้แต่แย่ง ได้แต่ชิง ได้แต่ต่อย ได้แต่ตี
บารมีมากไปไยเหมือนแบกสัมภาระแล้วเดินทางไกล
ปล่อยวางมายาลงเถิดสหาย แล้วใช้มือคู่นั้นยกจอกเมรัย
[Pre-Chorus]
เฮ้ย เสี่ยวเอ้อไปยกสุรามาอีกไห
ยกจอกย้อมใจให้ไมตรีไม่เฉไฉ
กอดคอฝ่าอุปสรรค ปล่อยวางความแค้นที่หนัก
คืนนี้ข้าจะนั่งดื่มแล้วยิ้มเยาะเย้ยให้ยุทธจักร
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป
[Verse 2: F.HERO]
และข้าขอยิ้มเยาะเย้ยให้ความปะปน
ในขาวมีดำ ในดำมีขาวทุกตัวคน
แม้เป็นพรรคมารก็อาจมีดีในดวงกมล
ชั่วช้าสามานย์อาจอยู่ในใจของวิญญูชน
เบื้องบนได้ลิขิตไว้ก็ล้วนแต่เป็นวาสนา
ไยยึดมั่นถือมั่นให้จริงจังกันนักหนา
กาลเวลาอันยาวนาน ผุกร่อนกระทั่งหินผา
หามีสิ่งใดในโลกจีรัง ชื่อเสียง ลาภ ยศ ศรีษะ แขน ขา
ล้วนแตกดับสูญเป็นธุลี
ใครกันจะค้ำปฐพี เมื่อชีวิตนั้นต้องตายทุกชีวี
ขอยกจอกให้ความไม่แท้ ความไม่แน่ ความไม่นอน ไม่อาทรความไม่มี
วัว ควายตายไปเหลือเขาหนัง คนตายเหลืออะไรเมื่อถูกฝัง
เหลือเพียงชื่อทิ้งไว้เบื้องหลัง แล้วจะแบกอะไรให้เมื่อยแผ่นหลัง
[Pre-Chorus]
เฮ้ย เสี่ยวเอ้อไปยกสุรามาอีกไห
กฎเกณฑ์ใดๆ ในยุทธภพช่างเหลวไหล
ชาวยุทธช่างน่าขัน น่าหยันอย่างบัดซบ
คืนนี้ข้าจะนั่งดื่มแล้วยิ้มเยาะเย้ยให้ยุทธภพ
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป
[Bridge: Nui The Peachband]
ไม่มีสิ่งไหนยั่งยืน ตราบจน ชั่วกาลนาน
กี่รบ กี่รัก ที่เคยผ่านมาก็ผ่านเลยไป
ท่ามกลางหุบผา หัวใจ ลิ่วลม ดุจดั่งใบไผ่
ปล่อยมันล่องลอยอย่างไร้จุดหมายตามลิขิตฟ้า
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป
กระบี่ว่าคมแค่ไหนไยตัดความรักไม่ยักกะขาด
สำเร็จคัมภีร์ปราบมารแต่มารในใจไยยิ่งผงาด
บูรพาไม่แพ้ไยแพ้เพลิงพิศวาส
มหาเวทย์ดูดดาวไยมิอาจดูดกลืนความพยาบาท
แสงแดดสาดมามองด้วยตาเปล่าก็หรี่เท่ากัน
มีดสั้น ดาบ ทวน จะใช้ยาพิษ กระบี่ เกาทัณฑ์
มันตายเพราะอาวุธใด พอท่านแก่ไปก็ตายเหมือนมัน
หาได้มีใครจะอยู่ค้ำฟ้า ยาจก เศรษฐี หรือจอมราชันย์
และเพราะฉะนั้นข้าเห็นว่า
ไยต้องแก่งแย่งกันทั้งปี เมื่อชีวิตนั้นสั้นลงทุกนาที
ยุทธภพได้แต่ฆ่า ได้แต่ฟัน ได้แต่แย่ง ได้แต่ชิง ได้แต่ต่อย ได้แต่ตี
บารมีมากไปไยเหมือนแบกสัมภาระแล้วเดินทางไกล
ปล่อยวางมายาลงเถิดสหาย แล้วใช้มือคู่นั้นยกจอกเมรัย
[Pre-Chorus]
เฮ้ย เสี่ยวเอ้อไปยกสุรามาอีกไห
ยกจอกย้อมใจให้ไมตรีไม่เฉไฉ
กอดคอฝ่าอุปสรรค ปล่อยวางความแค้นที่หนัก
คืนนี้ข้าจะนั่งดื่มแล้วยิ้มเยาะเย้ยให้ยุทธจักร
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป
[Verse 2: F.HERO]
และข้าขอยิ้มเยาะเย้ยให้ความปะปน
ในขาวมีดำ ในดำมีขาวทุกตัวคน
แม้เป็นพรรคมารก็อาจมีดีในดวงกมล
ชั่วช้าสามานย์อาจอยู่ในใจของวิญญูชน
เบื้องบนได้ลิขิตไว้ก็ล้วนแต่เป็นวาสนา
ไยยึดมั่นถือมั่นให้จริงจังกันนักหนา
กาลเวลาอันยาวนาน ผุกร่อนกระทั่งหินผา
หามีสิ่งใดในโลกจีรัง ชื่อเสียง ลาภ ยศ ศรีษะ แขน ขา
ล้วนแตกดับสูญเป็นธุลี
ใครกันจะค้ำปฐพี เมื่อชีวิตนั้นต้องตายทุกชีวี
ขอยกจอกให้ความไม่แท้ ความไม่แน่ ความไม่นอน ไม่อาทรความไม่มี
วัว ควายตายไปเหลือเขาหนัง คนตายเหลืออะไรเมื่อถูกฝัง
เหลือเพียงชื่อทิ้งไว้เบื้องหลัง แล้วจะแบกอะไรให้เมื่อยแผ่นหลัง
[Pre-Chorus]
เฮ้ย เสี่ยวเอ้อไปยกสุรามาอีกไห
กฎเกณฑ์ใดๆ ในยุทธภพช่างเหลวไหล
ชาวยุทธช่างน่าขัน น่าหยันอย่างบัดซบ
คืนนี้ข้าจะนั่งดื่มแล้วยิ้มเยาะเย้ยให้ยุทธภพ
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป
[Bridge: Nui The Peachband]
ไม่มีสิ่งไหนยั่งยืน ตราบจน ชั่วกาลนาน
กี่รบ กี่รัก ที่เคยผ่านมาก็ผ่านเลยไป
ท่ามกลางหุบผา หัวใจ ลิ่วลม ดุจดั่งใบไผ่
ปล่อยมันล่องลอยอย่างไร้จุดหมายตามลิขิตฟ้า
[Chorus: Nui The Peachband]
สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา
นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที
โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี
ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป